“แมงมุมผู้อยู่เหนือกาลเวลา”
หากอ่านหนังสือจบไปหนึ่งเล่มนั่น อายุของฉันเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งพันปี
ใยเหล่าเพลงเศร้าทำใครสักคนหดหู่ใจได้ถึงขั้นนี้ ดูคล้ายมีชายหญิงชราผู้มิอาจขยับเขยื้อนกายได้ดั่งหนุ่มสาว
ผู้ทอดอาลัยร้าวไปกับการกลืนกินจิตวิญญาณของกาลเวลา
ใยแมงมุมใหม่ยังสานไม่เสร็จ จับตัวอยู่ที่ดอกหญ้าชายคาบ้าน ละอองน้ำค้างจับพราว เจ้าแมงมุมยังถักใยไม่รู้วิตกใดๆ
ฉันตื่นตาตื่นใจดั่งเด็กน้อยที่เพิ่งเดินออกไปที่ชายหาด เด็กผู้สัมผัสทะเลเป็นครั้งแรก มหาสมุทรกว้างกำลังทักทายด้วยมหาดุริยางค์ในบทเพลง แห่งการตื่นรู้! ฉันรู้สึกคล้ายเช่นนั้นจริงๆ โดยไม่ต้องสาบานว่า จริง! จริงมาก! หรือ อาจจะจริง?
ความรักเศร้าเฉาโศกไม่เคยจากกลายไปไหน มันเหล่านั้นล้วนฝังเมล็ดพันธุ์เหลือคณาคะเน ดั่งดาวบนฟ้า ไสว สว่างนิ่ง
มันงอกงามได้ทุกสิ่ง มันผลิหน่อ ออกกิ่งใบ และ ดอกหอมชื่น สีสดใสอย่างไรนั้น อยู่ในตัวแปรที่หล่อเลี้ยงตามฤดูกาลแห่งชะตากรรม มันถูกตัดแต่งในยามว่างจากธุระโลก ในกล่องแห่งกาลเวลา ในสวนอันรื่นรมย์ที่ใครต่อใครก็เข้ามาได้หากฉันอนุญาต
ใครคนหนึ่งคิดว่าเวลาหยุดแล้ว หรือหากเขาพยายามยืนยันด้วยความหวังดีในความทะลุปรุโปร่ง ดั่งที่เขาเข้าใจ
ฉันมองเขาอย่างเจ็บน้อย หวาดหวั่นนิด ในคำสะกิด และคล้ายอึดอัดเพราะหัวใจหยุดเต้นไปสักขณะ เหล่าผู้ค้นพบความจริงกำลังคุกคามเข้ามาสู่ดินแดนที่ฉันพยายามปรุงแต่งขึ้นอย่างวิจิตร เพราะฉันเชื้อเชิญพวกเขาเหล่านั้นเข้ามาเอง
บางคนในเขาหรือเธอเหยียบย่ำมัน อย่างครื้นเครง เหยียบย่ำอุทยานอันรื่นรมย์นี้ หยอกย้ำด้วยความจริงที่จริงยิ่งกว่า
ความจริงของบรรดาเทพเทวพระเป็นเจ้าผู้มีอำนาจเหนือ ความจริงของผู้ถูกกดขี่ ความจริงของผู้บริสุทธิ์ด้วยวิถีปฏิบัติ ความจริงของผู้บาปหยาบช้า ความจริงของหญิง ความจริงของชาย และเพศผู้หลากหลาย ผู้พิการ ผู้สูญเสีย และสรรพชีวิตน้อยใหญ่ที่มิอาจอธิบายความจริงใดๆ ได้เท่าความพยายามตีความเพื่อเข้าใจสิ่งนั้น ด้วยความคิดไปต่างๆนาๆของฉันนั้นเอง
เมื่อพวกเขาเหยียบย่ำอุทยานอันวิเศษนั้นแล้ว จิตวิญญาณของฉันจึงกลับเข้าสู่วัยชราอันหดหู่อีกครั้ง การเดินทางสู่วัยชราเพื่อยืนยันว่า กล่องแต่ละกล่องของความจริง ในรอยเท้าของพวกเขานั้น “มันพอดีแล้วล่ะ” สำหรับเขาหรือเธอ
อย่างไรก็ดี ฉันคล้ายยินดีปรีดาที่จะไถพรวน ปรุงแต่งอุทยานอันงดงามนี้ขึ้นมาใหม่ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
เช่นเดียวกับในเช้าที่เฝ้ามองใยแมงมุม แมงมุมผู้อยู่เหนือกาลเวลาและไม่รู้จักเบื่อหน่าย กับการสานข่ายเครือใยเดินปุ่มปม จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งหมุนเข้าไปรอบแล้ว รอบเล่า ด้วยตัวของตัวเอง
แม้จะถูกลมร้อน แดดหนาว แกล้งเร้า ก็มิเกรง หรือ เจ้าสิ่งนั้น เจ้าสิ่งนี่ พุ่งเข้ามาทำลายฉีกขาด ก็มิอาจแค่คิดท้อ มิเคยยอมแพ้ มิเคยสิ้นหวังหรือเหนื่อยหน่าย
หรือรสชาติของแมลงอันหวานมันที่รอมันอยู่
หรือความหวังอันแสนวิเศษนั้น ที่ทำฉันตื่นเต้น เมื่อพลัดหลงเข้ามาในวงกตแห่งกาลเวลาของวัยเด็กอันตื่นรู้ เช่นนี้.
นวลีย์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น