วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"ปืน กีต้าร คาราโอเกะ" เรื่องเล่าแบบสั้นๆ


ปืน กีต้าร คาราโอเกะ
ภาพนี้ถ่ายตอนกลางวันขณะเล่นกีต้าร์กับพี่หนุ่ย 

 

ที่ป้อมชรบ.แห่งหนึ่ง  ราวๆสามทุ่ม 

ใคร มาฆ่าเรา เราฆ่ามันพี่หนุ่ยชรบ.ผู้เรียกตัวเองว่าทหารเสือพระนเรศวรยกจอกน้ำจันทร์

พูดพลางส่งสัญญาณว่าเรามาบรรเลงเพลงกันต่อ ตาปรือๆ บอกอาการ

ฉันในฐานะนักสันติวิธี  ได้รับการฝึกมาว่าให้ฟังอย่างตั้งใจ 

แต่ก็เสริมเสียหน่อย ใครมาฆ่าเรา เราตาย   ... กรีดนิ้วเริ่มเพลงเพื่อสานงานสันติภาพ

  ปืนลูกซองห้านัดวางอยู่ข้างๆ  คืนนี้เพื่อนร่วมเวรหมู่บ้านสามคนกลับกันหมดแล้ว  เพราะต้องกรีดยางในตอนตีสามหัวรุ่ง  เสียงกีต้ารตุ้งติ้ง ๆ กับเสียงครวญเพลงอาจทำให้  ผู้ไม่ประสงค์ดีที่คิดมาซุ่มโจมตีกลับใจ  และเรามีการวางแผนรองรับไว้แล้ว  ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้หมอบ  ยิงปืนให้เสียงดัง  แล้วก็ทิ้งที่มั่น ฝ่าวงล้อมเอาตัวรอด

ในฐานะชาวพุทธ  ฉันเคยสับสนในคืนหนึ่ง เมื่อ ๒ ปีก่อน  คืนนั้นเป็นคืนวิสาขะบูชาเสียด้วย ฉันต้องเข้าเวรหมู่บ้าน  แทนที่จะไปวัดในพิธีเวียนอุโบสถ กลับต้องถือปืนแทนดอกไม้ธูปเทียน ทำสมาธิกับกระบอกปืนสะท้อนแสงจันทร์ในคืนศักดิ์สิทธิ์

ความสับสนอันเป็นเหตุ ในการค้นคว้าอย่างชนิด เข้ารกเข้าพง

 จึงพบว่าในความเป็นจริง  เราไม่ได้เป็นพุทธแบบบริสุทธิ์  แน่นอนมีการผสมกลืนระหว่างเทพเจ้าพราหมณ์ฮินดู การบูชาบรรพบุรุษ  นับถือผี  ผีที่ดีก็เป็นเจ้าที่เทวดา  และรากเหง้าเรื่องขวัญ

ญาติคนหนึ่งถือศีลกินเจ  วันหนึ่งต้องจัดงานศพให้พ่อของเธอ  เธอบอกว่างานนี้ไม่ฆ่าหมู

มีเสียงแซวๆจากลุงผู้นำชุมชนว่า ถ้าไม่ฆ่าแล้วจะให้กินมันเป็นๆรึครับ

งานศพชาวพุทธ  จะสวดศพประมาณสามวัน  มีญาติพี่น้องมาจากไกลๆ  ก็ต้องมีอาหารเลี้ยง  งานนั้นในหมู่บ้านไม่ฆ่าหมู  แต่ก็สั่งหมูมาจากที่อื่น

แล้วศพก็ไม่มีด้วยเพราะพ่อแกอุทิศให้คณะแพทย์ มอ.  พระจึงเทศน์สวดให้รูปภาพแทนศพ

มนุษย์ผูกพันธุ์กับการฆ่า, การล่า มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ตั้งแต่รู้จักใช้ไม้เขวี้ยงกัน  และเริ่มดุร้ายเมื่อทดลองกินเนื้อ

การฆ่า การล่า  มีเสียงร้องของเหยื่อ ซึ่งทำให้จิตใจหดหู่  ยุคเริ่มต้นจึงมีพิธีกรรมประหนึ่งขอขมา หรือสะกดวิญญาณร้ายของเหยื่อให้สงบ  หรือบอกต่อธรรมชาติ ว่าให้ความสมบูรณ์เช่นนี้ตลอดกาล  อันเป็นจุดเริ่มต้นของการบูชายัญ  การถวายคืนเพื่อรักษาสมดุล  มันโหดร้ายขึ้นเมื่อพวกนักบวชในยุคนั้นเริ่มบอกว่าพระเป็นเจ้าต้องการเลือดสาวพรหมจรรย์  หรือการบูชายัญด้วยหัวของนักรบเผ่าอื่น จึงเกิดมีเสียงกลองป่าและพิธีสวดขับกล่อม  เข้ามาใช้ในพิธี  ช่วยบรรเทาความน่าขนพองสยองเกลานั้นได้

การฆ่าที่ฉันทำครั้งสุดท้ายคงจะเป็นปลาดุก  หรือช่วยเขาจับหมูเพื่อแทง   เสียงร้องของมันแววตาของมันทำให้ฉันรู้สึกเบื่ออาหาร  และตั้งใจว่าจะไม่ฆ่าอีก 

ญาติคนหนึ่งบอกว่า ถ้าไม่กล้าเชือดคอไก่ต่อไปจะเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียยังไง

ฉันบอกว่า ซื้อที่ตลาด

วิถีชีวิต  การล่า  การหาเลี้ยงครอบครัวยังมีให้เห็นอยู่ในสายสัมพันธ์สยามและมลายู เช่น  พี่น้องมุสลิมมักจะมาบอกพรานในหมู่บ้านว่า ที่นั้น ที่นี้ มีสัตว์อะไร  ให้เข้าไปล่า  เช่นกระรอกในสวนลองกองที่เยอะเกินไป  หมูป่าที่เข้ามาขุดกินต้นกล้ายางอ่อน แลนหรือแยเวาะตามป่าสาคู  แลนเป็นสัตว์เลื้อยคลานเนื้อเหนียว  นิยมผัดเผ็ดใส่เครื่องเยอะๆ  ถ้าเราเห็นพฤติกรรมการกินของแลนเราอาจกินมันไม่ลง  มันกินขยะ  ของเสีย และซากศพ 

 

วิกฤติอาหารไม่เฉพาะอาหารกายเท่านั้น  อาหารใจก็เช่นกัน

ดนตรีมีสรรพคุณเพื่อในการสร้างสมดุลในจิตใจ  เสียงพิญ ไม่ตึง ไม่หย่อนบอกธรรรมในทางสายกลาง  ดนตรีคืออาหารใจอย่างหนึ่ง  เช่นเดียวกับการทำสมาธิ  สวดมนต์

พ่อชอบร้องคาราโอเกะ  ในงานเกษียรราชการ  พ่อจัดงานที่หมู่บ้าน  แล้วก็เหมาวงคาราโอเกะมา  เสียงลำโพงลั่นแสบแก้วหู จะคุยกันก็ต้องตะเบงเสียง

ฉันไม่ค่อยเห็นด้วย  เพราะรู้สึกว่ามันไม่สด  เหมือนการร้องรำทำเพลงตีกลองเคาะกะละมัง

แต่เพื่อความสบายใจของพ่อ  ฉันก็ร่วมแจมทุกครั้งที่พ่อร้องคาราโอเกะ  มันไม่สนุกเหมือนเล่นกีต้าร  แล้วครวญเพลงแบบสดๆ  ฉันเปรียบเทียบ  ขนมข้าวหมากที่ห่อด้วยใบไม้  กับ ขนมห่อพลาสติกมีผงชูรส  มันต่างกัน  ความสด  ความอร่อยมันต่างกัน  แต่นั้นล่ะ  อาหารการกิน วัฒนธรรมในแต่ล่ะถิ่นที่ย่อมต่างกัน  มันก็ต้องปรับตัวกันตามสภาวะ 

 

พี่หนุ่ย ชรบ.ยังตีเบสต่อไป   ชาวบ้านก็ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว

ประหนึ่งว่าหลับเถิดพี่น้อง  ชรบ.จะขับกล่อม

เราแค่เล่น กีต้าร์ ไม่ได้เปิดลำโพงดัง  ไม่เป็นไร   แกบอกอย่างนั้น

ที่เล่ามานี้  อยากให้เห็นปัญหาเรื่อง สุขภาพจิตของคน จชต.  .

ใครขัดแย้งอะไรกับใครนั้นอีกเรื่องหนึ่ง  อันนั้นมันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว 

เราจะช่วยกันสุ่มไฟหรือดับไฟ  นั้นมันก็อยู่ที่เราคิด พิจารณากันเอาเอง  สงครามหรือสันติภาพ?

ปัญหาที่ว่าก็คือ  เสียงปืน  เสียงระเบิด และข่าวร้าย  ทำให้สุขภาพจิตแย่ลง  ผู้คนอยู่ด้วยความกลัว

คนมีปืนพอเคลียดมากๆ  หรืออยากแสดงออก  อยากจะสื่อสารกับเพื่อนบ้านหรือบอกไปถึงโจร

ก็มักชักปืนมายิง  ยิงซะงั้น  ยิงให้สะใจเล่น  ยิงขู่ทหารแตกแถวบางคนที่เข้ามาเกาะแกะท้ายครัว

ยิงฝากไปถึงคนร้ายที่อาจซุ่มอยู่ที่ทางไปกรีดยาง

โดยเขาไม่รู้ว่าเสียงปืนที่เขาสะใจนั้น  ทำให้ใครหลาย ๆคน โดยเฉพาะคนแก่  เป็นลมเพราะความดันขึ้น  บางคนไม่สบายก็ต้องพยุงกันย้ายที่นอนหาที่ปลอดภัย

 

อย่างน้อยๆดนตรีกับการร้องเพลงก็คือการแสดงออกอย่างหนึ่ง

มันเยียวยาได้ดีทีเดียว  มันบำรุงหัวใจ  ลดความดัน  คลายเคลียด

หาดนตรีที่เหมาะกับเรา  วันล่ะสักเล็กน้อย  ฟังอย่างผ่อนคลายและวางใจ

สุดท้ายนี้

ขอบคุณชาวญี่ปุ่นที่คิดโปรแกรมคาราโอเกะมา  ขอบคุณมนุษย์คนแรกที่คิดประดิษฐ์ พิณ กีต้าร์

ขอบคุณบทสวดที่เข้ามาทดแทนการบูชายัญด้วยเลือดเนื้อ   ขอบคุณอาหารที่ประทานมาให้...

 

เมื่อถึงเวลา ฉันหอบปืน กี้ตาร์  ทิ้งฐานที่มั่น  กลับบ้านเข้ามุ้งนอนหลับอย่างสงบ   ฟังแมลงกลางคืนกล่อมต่อ

 

ด้วยจิตคารวะ

นวลีย์

๙ มิ.ย.๕๓

 

 

 

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น